<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<?xml-stylesheet href="" type="text/xsl"?>
<rss version="2.0">
    <channel>
        <title>สื่อข้อมูล</title>
        <description>Photo : ทั่วไป</description>
        <link>http://media.sut.ac.th/media/Photo</link>
        <lastBuildDate>Tue, 13 Oct 2026 20:32:39 +0000</lastBuildDate>
        <generator>FeedCreator 1.7.2 &amp; un-no Engine 2.1</generator>
        <item>
            <title>ebook system01</title>
            <link>http://media.sut.ac.th/media/Photo/56/3386-ebook+system01.png</link>
            <description>&lt;i&gt;&lt;i&gt;&lt;i&gt;&lt;/i&gt;&lt;/i&gt;&lt;/i&gt;</description>
            <author>suttinee</author>
            <pubDate>Mon, 29 Aug 2016 11:19:56 +0700</pubDate>
        </item>
        <item>
            <title>test</title>
            <link>http://media.sut.ac.th/media/Photo/56/3227-test.jpg</link>
            <description>test</description>
            <author>ball</author>
            <pubDate>Fri, 05 Jul 2013 16:07:14 +0800</pubDate>
        </item>
        <item>
            <title>ปีบทอง-03</title>
            <link>http://media.sut.ac.th/media/Photo/56/3188-%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87-03.jpg</link>
            <description>ดอกไม้</description>
            <author>suttinee</author>
            <pubDate>Mon, 25 Feb 2013 11:12:23 +0800</pubDate>
        </item>
        <item>
            <title>ปีบทอง-02</title>
            <link>http://media.sut.ac.th/media/Photo/56/3187-%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87-02.jpg</link>
            <description>ดอกไม้</description>
            <author>suttinee</author>
            <pubDate>Mon, 25 Feb 2013 11:11:11 +0800</pubDate>
        </item>
        <item>
            <title>ปีบทอง-01</title>
            <link>http://media.sut.ac.th/media/Photo/56/3186-%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87-01.jpg</link>
            <description>ดอกไม้</description>
            <author>suttinee</author>
            <pubDate>Mon, 25 Feb 2013 11:09:39 +0800</pubDate>
        </item>
        <item>
            <title>ดอกมะลิ</title>
            <link>http://media.sut.ac.th/media/Photo/56/3112-%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%A5%E0%B8%B4.png</link>
            <description>ดอกเอ๋ยดอกมะลิ&lt;br /&gt;
ถึงยามผลิกลิ่นพราวสกาวต้น&lt;br /&gt;
สดสะอาดปราศสีราคีระคน&lt;br /&gt;
เหมือนกมลสดใสหมดระคาย&lt;br /&gt;
กลิ่นมะลิหอมกระไรไม่รู้สร่าง&lt;br /&gt;
เปรียบได้อย่างรักแท้ไม่แปรหาย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ดอกมะลิ&lt;br /&gt;
        ดอก มะลิเป็นดอกไม้ที่มีสีขาวบริสุทธิ์และเป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมเย็นระรื่นใจ จึงยกย่องให้ดอกมะลิเป็นสัญลักษณ์ เป็นดอกไม้วันแม่แห่งชาติ ซึ่งทางราชการให้ถือว่าวันเสด็จพระราชสมภพของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ คือ วันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ เริ่มในปี พ.ศ.2519 เป็นต้นมา</description>
            <author>suttinee</author>
            <pubDate>Sun, 12 Aug 2012 10:34:19 +0800</pubDate>
        </item>
        <item>
            <title>ดอกมะลื</title>
            <link>http://media.sut.ac.th/media/Photo/56/3111-%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%A5%E0%B8%B7.png</link>
            <description>ดอกเอ๋ยดอกมะลิ&lt;br /&gt;
ถึงยามผลิกลิ่นพราวสกาวต้น&lt;br /&gt;
สดสะอาดปราศสีราคีระคน&lt;br /&gt;
เหมือนกมลสดใสหมดระคาย&lt;br /&gt;
กลิ่นมะลิหอมกระไรไม่รู้สร่าง&lt;br /&gt;
เปรียบได้อย่างรักแท้ไม่แปรหาย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ดอกมะลิ&lt;br /&gt;
        ดอก มะลิเป็นดอกไม้ที่มีสีขาวบริสุทธิ์และเป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมเย็นระรื่นใจ จึงยกย่องให้ดอกมะลิเป็นสัญลักษณ์ เป็นดอกไม้วันแม่แห่งชาติ ซึ่งทางราชการให้ถือว่าวันเสด็จพระราชสมภพของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ คือ วันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ เริ่มในปี พ.ศ.2519 เป็นต้นมา</description>
            <author>suttinee</author>
            <pubDate>Sun, 12 Aug 2012 10:23:01 +0800</pubDate>
        </item>
        <item>
            <title>ดอกไม้</title>
            <link>http://media.sut.ac.th/media/Photo/56/3103-%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89.jpg</link>
            <description>ดอกไม้</description>
            <author>suttinee</author>
            <pubDate>Wed, 13 Jun 2012 04:30:52 +0800</pubDate>
        </item>
        <item>
            <title>ดอกไม้</title>
            <link>http://media.sut.ac.th/media/Photo/56/3102-%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89.jpg</link>
            <description>ดอกไม้</description>
            <author>suttinee</author>
            <pubDate>Wed, 13 Jun 2012 04:21:11 +0800</pubDate>
        </item>
        <item>
            <title>ดอกไม้</title>
            <link>http://media.sut.ac.th/media/Photo/56/3101-%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89.jpg</link>
            <description>ดอกไม้</description>
            <author>suttinee</author>
            <pubDate>Wed, 13 Jun 2012 04:09:11 +0800</pubDate>
        </item>
        <item>
            <title>สงกรานต์</title>
            <link>http://media.sut.ac.th/media/Photo/56/3078-%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C.jpg</link>
            <description>สงกรานต์</description>
            <author>suttinee</author>
            <pubDate>Sun, 15 Apr 2012 04:31:24 +0800</pubDate>
        </item>
        <item>
            <title>กากอ้อย</title>
            <link>http://media.sut.ac.th/media/Photo/56/3026-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2.jpg</link>
            <description>คุณลักษณะ             &lt;br /&gt;
          เป็นเศษของลำดับอ้อยที่เหลือจากการหีบเอาน้ำอ้อยออกจากท่อนอ้อยแล้ว เมื่อท่อนอ้อยผ่านลูกหีบชุดแรก อาจจะมีน้ำอ้อยตกค้างเหลืออยู่ยังหีบออกไม่หมด แต่พอผ่านลูกหีบชุดที่ 3-4 ก็จะมีน้ำอ้อยตกค้างอยู่น้อยมาก หรือแทบจะไม่เหลืออยู่เลย คือเหลือแต่เส้นใยล้วนๆ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การใช้ประโยชน์ &lt;br /&gt;
          ในอดีตใช้กากอ้อยเป็นเชื้อเพลิงสำหรับต้มน้ำในหม้อน้ำให้เดือดแล้ว ใช้กำลังไอน้ำสำหรับเดินเครื่องจักรไอน้ำและสำหรับกำเนิดไฟฟ้าในระยะเวลาต่อมา  กากอ้อยในยุคก่อนๆ ยังมีน้ำตาลที่หีบออกไม่หมดหลงเหลืออยู่มาก และเป็นการสะดวกในการที่ป้อนกากอ้อยจากลูกหีบลูกสุดท้ายเข้าสู่เตาต้มน้ำหรือ boilerได้ทันที ถึงกระนั้นก็ตามกากอ้อยก็ยังคงเหลืออยู่อีกมาก เนื่องจากหม้อน้ำใช้ไม่หมดทำให้เกิดปัญหาในการกำจัด และทำลายให้หมดไปจากบริเวณโรงงาน แม้ว่าบางโรงงานในแถบเวสต์อินดีสจะดัดแปลงไปใช้กลั่นเหล้ารัมหรือแอลกอฮอล์บ้าง กากอ้อยก็ยังคงเหลือมากมาย  มีการนำกากอ้อยไปอัดเป็นแผ่นคล้ายไม้อัดและใช้ทำเยื่อกระดาษ ตลอดจนพลาสติกและสารเฟอฟิวราล (furfural) มีคุณสมบัติของกระดาษกากอ้อย คือ เก็บเสียงได้ดี และใช้ทำฝ้าเพดาน ตลอดจนใช้บุผนังห้องในบ้านหรือแม้แต่ในเรือและรถยนต์ &lt;br /&gt;
          แต่อย่างไรก็ตาม คุณลักษณะของเส้นใยหรือไฟเบอร์ที่ได้จากอ้อยก็ยังไม่เป็นที่ถูกใจของผู้ใช้มากนัก หรือแม้แต่โรงงานทำเยื่อกระดาษห่อของก็ยังต้องการให้กากอ้อยมีเส้นใยยาวกว่านี้ในแง่พลังงาน กากอ้อยแม้ว่าจะให้พลังงานน้อยกว่าน้ำมันหรือถ่านหิน แต่ก็เป็นผลพลอยได้ที่โรงงานน้ำตาลไม่ต้องลงทุนซื้อหามาเหมือนน้ำมันปิโตรเลียม มีผู้คำนวณไว้ว่า     กากอ้อยหกตันที่มีความชื้นประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ มีไฟเบอร์ประมาณ 46 เปอร์เซ็นต์ มีน้ำตาลเหลืออยู่ประมาณ 3 เปอร์เซ็นต์ จะมีความร้อนเทียบเท่ากับน้ำมันเตาหนึ่งตัน ทั้งนี้ ถ้ากากอ้อยยิ่งมีความชื้นน้อย มีเปอร์เซ็นต์ไฟเบอร์สูง และมีน้ำตาลซูโครสที่เหลืออยู่สูงก็จะให้ความร้อนสูงมากยิ่งขึ้น โดยวัดค่าความร้อนออกมาเป็น L.C.V.(lower calorific value) ซึ่งจะมีค่าอยู่ระหว่าง 2,800 ถึง 3,700 B.T.U. ต่อปอนด์</description>
            <author>arisa_arm</author>
            <pubDate>Tue, 14 Feb 2012 19:35:28 +0800</pubDate>
        </item>
        <item>
            <title>ค้างคาวโยดา (Yoda Bat)</title>
            <link>http://media.sut.ac.th/media/Photo/56/2855-%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%94%E0%B8%B2+%28Yoda+Bat%29.jpg</link>
            <description>เป็นค้างคาวผลไม้จมูกหลอด&lt;br /&gt;
ที่ถูกค้นพบโดยสองนักวิทยาศาสตร์ในปาปัวนิวกินี ก่อนมันจะถูกนำไป&lt;br /&gt;
วิจัยและประกาศเป็นที่รู้จักในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ค้างคาวโยดานี้ไม่มีอะไรต่างจากค้างคาวผลไม้ทั่ว ๆ ไปเท่าไรนัก นอกจากรูปร่างหน้าตาที่ดูตลกและแปลกประหลาดเท่านั้นเอง  แต่ก็ติดอันดับ 3 ใน 10 สุดยอดสัตว์แปลกแห่งปี 2010</description>
            <author>arisa_arm</author>
            <pubDate>Thu, 28 Jul 2011 15:08:24 +0800</pubDate>
        </item>
        <item>
            <title>เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์และอุปกร ...</title>
            <link>http://media.sut.ac.th/media/Photo/56/2852-%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81.jpg</link>
            <description>เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์และอุปกรณ์หลัก&lt;br /&gt;
เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ถือเป็นหัวใจสำคัญของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เพราะเป็นแหล่งกำเนิดความร้อนที่ใช้ผลิตไอน้ำเพื่อนำไปผลิตไฟฟ้าต่อไป ส่วนประกอบสำคัญของเครื่องปฏิกรณ์ ได้แก่ ถังปฏิกรณ์นิวเคลียร์ซึ่งบรรจุต้นกำเนิดนิวตรอน มัดเชื้อเพลิง ชุดแท่งควบคุม ช่องทางน้ำเข้า - ออก และอุปกรณ์/เครื่องมือวัดทางนิวเคลียร์&lt;br /&gt;
พลังงานความร้อนที่เกิดขึ้นในเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์นั้น เกิดจากการทำปฏิกิริยา แตกตัวระหว่างนิวตรอนกับเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ โดยมีหลักการทำปฏิกิริยาดังนี้คือ อนุภาคนิวตรอนพลังงานต่ำที่ ๐.๐๒๕ อิเล็กตรอนโวลต์ (eV) ที่ความเร็ว ๒,๒๐๐ เมตร/วินาที วิ่งชนนิวเคลียสของธาตุหนัก (เชื้อเพลิง) ที่สามารถแตกตัวได้ เช่น ยูเรเนียม-๒๓๕ เมื่อนิวเคลียสแตกออกเป็น ๒ ส่วน จะปลดปล่อยพลังงานออกมาในรูปกัมมันตรังสี ความร้อน ฯลฯ ซึ่งผลของการชนดังกล่าวทำให้นิวตรอนซึ่งอยู่ในนิวเคลียสหลุดกระเด็นออกมา ๒ - ๓ ตัว ต่อการชน ๑ ครั้ง&lt;br /&gt;
นิวตรอน ๒ - ๓ ตัวดังกล่าวนี้ เริ่มแรกจะมีพลังงานสูง และเมื่อเคลื่อนที่ผ่านสารหน่วงนิวตรอน (เช่น น้ำ แกรไฟต์) จะทำให้พลังงานและความเร็วลดต่ำลง กลายเป็นนิวตรอนพลังงานกลาง และพลังงานต่ำตามลำดับ นิวตรอนเหล่านี้จะถูกดูดจับ และสูญหายไปบางส่วน สำหรับนิวตรอนพลังงานต่ำที่หลุดรอดจากการถูกดูดจับ ก็จะวิ่งชนนิวเคลียสของเชื้อเพลิงที่แวดล้อม ทำให้เกิดปฏิกิริยาแตกตัวต่อไปได้อีกอย่างต่อเนื่อง ลักษณะการเกิดปฏิกิริยาแตกตัวนี้เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ปฏิกิริยาลูกโซ่นิวเคลียร์ (nuclear fission chain reaction) ความร้อนที่เกิดจะแปรผันโดยตรงกับจำนวนปฏิกิริยาแตกตัวแต่ละครั้ง ซึ่งแปรผันโดยตรงกับปริมาณนิวตรอน และจำนวนนิวเคลียสของ เชื้อเพลิง&lt;br /&gt;
ที่มา: http://kanchanapisek.or.th/kp6/BOOK28/chapter7/t28-7-l2.htm</description>
            <author>arisa_arm</author>
            <pubDate>Thu, 28 Jul 2011 14:20:13 +0800</pubDate>
        </item>
        <item>
            <title>ปลาที่มีราคาแพงที่สุดในโลก</title>
            <link>http://media.sut.ac.th/media/Photo/56/2823-%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81.jpg</link>
            <description>ราคาอย่างต่ำไม่น้อยกว่า 5,000.00 บาท จนกระทั่งเป็น 10,000.00 บาท ต่อกิโลกรัมเลย  วาวา อยี๋ เป็นชื่อที่ชาวจีนเรียกกันทั่วไปว่า ปลา วาวา มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า ต้าหนีซึ่งแท้จริงแล้วหาใช่ปลาไม่ แต่เป็นสัตว์สะเทินบกสะเทินน้ำดึกดำบรรพ์ชนิดหนึ่งที่เริ่มต้นวิวัฒนาการกลายมาเป็นสัตว์เลื้อยคลานกึ่งบกกึ่งน้ำที่มีชื่อเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Giant Salamander ชื่อทางวิชาการก็คือ Andrias davidianus แต่ชาวจีนนับเป็นปลานั้น เพราะว่ามันเป็นสายพันธุ์ที่ยังต้องอาศัยอยู่ในน้ำเกือบตลอดเวลานั่นเอง  &lt;br /&gt;
ต้าหนี มีลักษณะพิเศษเฉพาะตัวของมัน ขนาดใหญ่ที่เคยพบเห็นนั้นมีความยาว 1.3 เมตร น้ำหนัก 40 กิโลกรัม ลำตัวเป็นสีดำ หรือออกแดงสีอิฐ หัวกลมแบน มีดวงตาขนาดเล็กที่ใช้งานไม่ดีหนึ่งคู่ ปากกกว้าง มีฟันบนเรียงกัน 2 แถว แต่มีฟันล่างเพียงแถวเดียว มีหางแบน มีขาที่ค่อนข้างสั้นเต่อ 4-2 คู่ ขาคู่หน้ามี 4 นิ้ว แต่ขาคู่หลังกลับมีถึง 5 นิ้ว ต้าหนีอาศัยมีชีวิตรอดอยู่ได้ในลำธารน้ำไหลเย็นภายในถ้ำที่มีความชื้นที่ไม่ค่อยมีแสงในเวลากลางวัน อุณหภูมิ 18 – 22 องศา C มันกินอาหารน้อย วันละ 200 – 300 กรัม ต่อวันก็เพียงพอสำหรับตัวมันแล้ว มันมีการเลื่อนไหวเชื่องช้า จึงถูกกจับได้ง่าย  นอกจากี้ยังเป็นสัตว์คุ้มครองแต่ก็มีคนนำมาเป็นอาหารขึ้นโต๊ะ สามารถศึกษาต่อได้ที่ http://www.eco-agrotech.com/index.php?lay=show&amp;amp;ac=article&amp;amp;Id=490159&amp;amp;Ntype=2</description>
            <author>arisa_arm</author>
            <pubDate>Thu, 07 Jul 2011 14:00:13 +0800</pubDate>
        </item>
        <item>
            <title>Tiger's Nest Monastery, Phutan</title>
            <link>http://media.sut.ac.th/media/Photo/56/2822-Tiger%27s+Nest+Monastery%2C+Phutan.jpg</link>
            <description>วัดที่สวยงามที่สุดในโลก ชื่อว่าTiger's Nest Monastery, Phutan ซึ่งถือเป็นวัดที่มีชื่อเสียงที่สุด ของภูฐาน ตั้งอยู่บนหน้าผาสูง 700 เมตร จากพื้นล่างในหุบเขาปาโร และด้วยระดับความสูง 3,120 เมตร จากระดับน้ำทะเล ฉายาว่า “รังเสือ” ของวัดนี้ ได้มาจากตำนานเก่า ที่เล่าว่า พระรินโปเช (Padmasambhava - Guru Rinpoche) ซึ่งเป็นผู้เผยแพร่นิกายมหายานในภูฐาน ได้เหาะมาที่นี่บนหลังเสือ และได้เข้าไปนั่งวิปัสสนากรรมฐานอยู่ในถ้ำ เป็นเวลาถึง 3 เดือน หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2227 จึงเริ่มมีการสร้างวัดขึ้น&lt;br /&gt;
ที่มา :http://plang2u.exteen.com/20091226/entry</description>
            <author>arisa_arm</author>
            <pubDate>Thu, 07 Jul 2011 13:52:11 +0800</pubDate>
        </item>
        <item>
            <title>เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกปีสันติภาพสา ...</title>
            <link>http://media.sut.ac.th/media/Photo/56/2798-%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%8D%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A5%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A5+%E0%B8%9E.%E0%B8%A8.2529.jpg</link>
            <description>ด้านหน้า: กลางเหรียญมีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา ภูมิพลอดุลยเดช ผินพระพักตร์ทางเบื้องซ้าย ทรงเครื่องบรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์ ทรงฉลองพระองค์ครุย ชิดวงขอบเหรียญด้านซ้ายมีข้อความว่า&amp;quot;ภูมิพลอดุลยเดช&amp;quot; ด้านขวามีข้อความว่า&amp;quot;รัชกาลที่ ๙&amp;quot; The portrait of King Bhumibol Adulyadej in regal attire and gown facing left with the legends &amp;quot;Bhumibol Adulyadej&amp;quot; on the left and &amp;quot;The Ninth Reign&amp;quot; on the right. &lt;br /&gt;
ด้านหลัง: กลางเหรียญมีสัญลักษณ์ปีสันติภาพสากลขององค์การสห ประชาชาติ ด้านซ้ายมีข้อความว่า &amp;quot;๒ บาท&amp;quot; ด้านขวามีข้อความว่า &amp;quot;2 BAHT&amp;quot; ชิดวงขอบเหรียญเบื้องบนมีข้อความว่า &amp;quot;ปีสันติภาพสากล พ.ศ. ๒๕๒๙&amp;quot; &amp;quot;INTERNATIONAL YEAR OF PEACE 1986&amp;quot; เบื้องล่างมีข้อความว่า &amp;quot;ประเทศไทย&amp;quot; &amp;quot;THAILAND&amp;quot;In the center is the symbol of the International Year of Peace, the United Nations. Around the upper border are the legends in Thai &amp;quot;International Year of Peace B.E. 2529&amp;quot; and in English &amp;quot;INTERNATIONAL YEAR OF PEACE 1986&amp;quot;. Below the symbol are the legends &amp;quot;Thailand&amp;quot; in Thai and English with the denomination &amp;quot;2 BAHT&amp;quot; in Thai on the left and in Arabic on the right. &lt;br /&gt;
น้ำหนัก :  7.3 กรัม      ราคา ณ วันประกาศใช้  : 2 บาท&lt;br /&gt;
วันที่ประกาศใช้ : 2 กรกฎาคม 2529    เส้นผ่าศูนย์กลาง : 22  มิลลิเมตร&lt;br /&gt;
ที่มา:http://www.thaipixstories.com/forum/index.php?topic=1133.0</description>
            <author>arisa_arm</author>
            <pubDate>Fri, 24 Jun 2011 14:34:18 +0800</pubDate>
        </item>
        <item>
            <title>ตราประจำรัชกาลที่ 1</title>
            <link>http://media.sut.ac.th/media/Photo/56/2794-%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88+1.jpg</link>
            <description>ประวัติศาสตร์สมัยรัชกาลที่ 1 ( พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ) ( พ.ศ. 2325 - 2352 )มีพระนามเดิมว่า ทองด้วง เกิดเมื่อ แรม 5 ค่ำ เดือน 4 ปีมะโรง จุลศักราช 1098 ตรงกับวันพุธที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2279ในสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ เป็นบุตรคนที่ 4 ของหลวงพินิจอักษร ( ทองดี ) กับ นางดาวเรือง ( หยก )&lt;br /&gt;
พระราชลัญจกร ประจำรัชกาลที่ 1 &lt;br /&gt;
เป็นรูปปทุมอุณาโลม มีอักขระ &amp;quot;อุ&amp;quot; อยู่กลาง ล้อมรอบด้วยกลีบบัวอันเป็น พฤกษชาติที่เป็นสิริมงคลในพุทธศาสนา ตราอุณาโลมมีรูปร่างคล้ายสังข์เวียนขวา อยู่ในกรอบลายกนก เริ่มใช้คราวพระราช พิธีบรมราชาภิเษก เมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๘&lt;br /&gt;
อ่านต่อ : http://writer.dek-d.com/poohfah/writer/viewlongc.php?id=590592&amp;amp;chapter=12#ixzz1QAkUHe8g&lt;br /&gt;
ที่มา: http://writer.dek-d.com/poohfah/writer/viewlongc.php?id=590592&amp;amp;chapter=12</description>
            <author>arisa_arm</author>
            <pubDate>Fri, 24 Jun 2011 13:16:20 +0800</pubDate>
        </item>
        <item>
            <title>ดอกไม้ประจำจังหวัดนครราชสีมา</title>
            <link>http://media.sut.ac.th/media/Photo/56/2776-%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A1%E0%B8%B2.jpg</link>
            <description>ดอกสาธรเป็นดอกไม้ประจำจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Millettia leucantha Kurzวงศ์&lt;br /&gt;
LEGUMINOSAE&lt;br /&gt;
ชื่ออื่น: กระเจาะ ขะเจาะ (ภาคเหนือ), กระพีเขาควาย (ประจวบคีรีขันธ์), กะเชาะ (ภาคกลาง), ขะแมบ คำแมบ (เชียงใหม่), สาธร (ภาคเหนือ)&lt;br /&gt;
ลักษณะทั่วไป:&lt;br /&gt;
เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบ สูง 18-19 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มทึบ ค่อนข้างกลมหรือทรงกระบอก เปลือกสีเทาเรียบหรือ แตกเป็นสะเก็ดเล็กๆ ใบเป็นใบประกอบเรียงสลับ ใบย่อยติดเป็นคู่ตรงกันข้าม 3-5 คู่ ปลายสุดเป็นใบเดี่ยว แผ่นใบ ย่อยรูปรี กว้าง 3-5 ซม. ยาว 5-12 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบมน ใบและยอดอ่อนมีขนยาว ดอกสีขาว รูปดอกถั่ว สีชมพูอ่อน ออกเป็นช่อตามง่ามใบและปลายกิ่ง ออกดอกระหว่างเดือนมีนาคม-เดือนพฤษภาคม&lt;br /&gt;
การขยายพันธุ์ :โดยการเพาะเมล็ด&lt;br /&gt;
สภาพที่เหมาะสม:เป็นไม้กลางแจ้ง เจริญเติบโตได้ดีในสภาพดินร่วน ต้องการน้ำและความชื้นมาก&lt;br /&gt;
ที่มา: http://www.panmai.com/PvFlower/fl_36.shtml</description>
            <author>arisa_arm</author>
            <pubDate>Tue, 21 Jun 2011 18:55:30 +0800</pubDate>
        </item>
        <item>
            <title>สัญลักษณ์สถาน</title>
            <link>http://media.sut.ac.th/media/Photo/56/2768-%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99.jpg</link>
            <description>สัญลักษณ์สถาน</description>
            <author>kind</author>
            <pubDate>Thu, 02 Jun 2011 11:03:23 +0800</pubDate>
        </item>
        <item>
            <title>one piece 574</title>
            <link>http://media.sut.ac.th/media/Photo/56/1666-one+piece+574.jpg</link>
            <description>เอสตายของจริง</description>
            <author>kekkaishii</author>
            <pubDate>Fri, 05 Feb 2010 09:36:10 +0700</pubDate>
        </item>
        <item>
            <title>น้องหมาน่ารัก</title>
            <link>http://media.sut.ac.th/media/Photo/56/1586-%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81.jpg</link>
            <description>น่ารักครับ</description>
            <author>b5020805</author>
            <pubDate>Wed, 03 Feb 2010 14:07:17 +0700</pubDate>
        </item>
        <item>
            <title>แมวพิสดาร</title>
            <link>http://media.sut.ac.th/media/Photo/56/1583-%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A3.jpg</link>
            <description>เดอะ เดลี่ เทเลกราฟ ได้ตีแผ่เรื่องราวของเจ้าแมว ออสการ์ แห่งศูนย์ดูแลและบำบัดผู้ป่วย ประจำมหาวิทยาลัยบราวน์ ที่เมืองนิว อิงแลนด์ แห่งรัฐโร้ด ไอร์แลนด์ ของสหรัฐ สามารถพยากรณ์ผู้ป่วยเสียชีวิต ได้เป็นเวลามากว่า 5 ปี โดยเหล่าแพทย์ และ พยาบาลต่างกล่าวกันว่า มันมีลางสังหรณ์และสัมผัสที่สามารถพยากรณ์ผู้ป่วยที่ใกล้ตาย เป็นจำนวนมากว่า 50 รายแล้ว</description>
            <author>b5009008</author>
            <pubDate>Wed, 03 Feb 2010 14:05:31 +0700</pubDate>
        </item>
        <item>
            <title>lampard</title>
            <link>http://media.sut.ac.th/media/Photo/56/1577-lampard.jpg</link>
            <description>นักฟุตบอลสโมสรเซลซี</description>
            <author>b5282524</author>
            <pubDate>Wed, 03 Feb 2010 14:03:02 +0700</pubDate>
        </item>
        <item>
            <title>taeyeon</title>
            <link>http://media.sut.ac.th/media/Photo/56/1576-taeyeon.jpg</link>
            <description>แทแทจอมรั่ว</description>
            <author>b5018512</author>
            <pubDate>Wed, 03 Feb 2010 14:02:47 +0700</pubDate>
        </item>
        <item>
            <title>รูป Top BigBang</title>
            <link>http://media.sut.ac.th/media/Photo/56/1573-%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B+Top+BigBang.jpg</link>
            <description>BigBang BigShow</description>
            <author>b5005956</author>
            <pubDate>Wed, 03 Feb 2010 14:01:37 +0700</pubDate>
        </item>
        <item>
            <title>BaNaNaSaGoi</title>
            <link>http://media.sut.ac.th/media/Photo/56/1572-BaNaNaSaGoi.jpg</link>
            <description>แอนดริว  สุดหล่ออออออ</description>
            <author>b5009732</author>
            <pubDate>Wed, 03 Feb 2010 14:00:08 +0700</pubDate>
        </item>
        <item>
            <title>you re beautiful</title>
            <link>http://media.sut.ac.th/media/Photo/56/1569-you+re+beautiful.jpg</link>
            <description>อย่าลืมไปหาดูนะคะ  น่ารักดี</description>
            <author>b5073306</author>
            <pubDate>Wed, 03 Feb 2010 13:59:42 +0700</pubDate>
        </item>
        <item>
            <title>ma luv</title>
            <link>http://media.sut.ac.th/media/Photo/56/1564-ma+luv.jpg</link>
            <description>ฮ่าๆ</description>
            <author>b5010981</author>
            <pubDate>Wed, 03 Feb 2010 13:58:22 +0700</pubDate>
        </item>
    </channel>
</rss>
